GUIDE · คู่มือ

โรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก: อาการ ดูแลที่บ้าน วัคซีน EV71 และเมื่อใดควรพบแพทย์

โรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก: อาการ ดูแลที่บ้าน วัคซีน EV71 และเมื่อใดควรพบแพทย์

โรคมือ เท้า ปาก พบได้บ่อยในเด็กเล็ก ช่วงหน้าฝน — ส่วนใหญ่หายเองใน 7–10 วัน แต่สายพันธุ์ EV71 อาจรุนแรงถึงชีวิต AAP: "Symptoms are the worst in the first few days but are usually completely gone within a week."

ลูกในเนิร์สเซอรี่ติด โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot and Mouth Disease — HFMD) แล้วกลับมาทำให้น้องที่บ้านติดต่อ — เป็นภาพที่พ่อแม่ไทยเจอแทบทุกหน้าฝน บทความนี้สรุปสิ่งที่ต้องรู้: อาการเป็นยังไง ดูแลที่บ้านอย่างไร เมื่อใดควรไปโรงพยาบาลด่วน และวัคซีน EV71 ช่วยอะไรได้บ้าง — อ้างอิงจาก NHS [1], AAP [2], CDC [3], กรมควบคุมโรค [4] และโรงพยาบาลสมิติเวช [5][6]

NHS [1] สรุปไว้สั้น ๆ:

"Hand, foot and mouth disease is a common childhood illness that can also affect adults. It usually gets better on its own in 7 to 10 days."

ส่วนใหญ่หายเองได้ใน 7–10 วัน — แต่จุดที่ต้องระวังคือ เชื้อสายพันธุ์ Enterovirus 71 (EV71) ที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสมองและหัวใจรุนแรง

โรคมือ เท้า ปาก คืออะไร

เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในเด็กเล็ก อายุน้อยกว่า 5 ปี เกิดจากไวรัสในกลุ่ม เอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) โดยมี 2 สายพันธุ์ที่พบบ่อย:

  • Coxsackievirus A (กลุ่ม A — โดยเฉพาะ A16) — สายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุด อาการมักไม่รุนแรง
  • Enterovirus 71 (EV71) — น้อยกว่า แต่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

AAP [2]:

"Hand, foot and mouth disease (HFMD) is a common viral illness in young children that typically spreads in summer and fall."

ในประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญสมิติเวช [5] ระบุว่าพบได้ตลอดปีแต่ เพิ่มขึ้นในช่วงหน้าฝน (พฤษภาคม–สิงหาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่กรมควบคุมโรค [4] ติดตามและออกประกาศเตือนทุกปี

อาการและระยะของโรค

ระยะฟักตัว: 3–6 วัน

AAP [2] ระบุว่าหลังเด็กรับเชื้อ จะใช้เวลา 3–6 วัน ก่อนเริ่มมีอาการ

อาการเริ่มต้น (1–2 วันแรก)

ตามที่ AAP [2] อธิบาย เริ่มต้นเหมือนหวัดธรรมดา:

  • ไข้ (อาจสูงถึง 38–39°C)
  • เจ็บคอ
  • น้ำมูก
  • ไม่อยากอาหาร อ่อนเพลีย

อาการต่อมา (วันที่ 2–4)

NHS [1] ระบุว่าสัก 1–2 วันต่อมา จะเริ่มมีลักษณะเฉพาะของโรค:

  • แผลในปาก (mouth ulcers) — อาจพบที่ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม เพดานปาก เจ็บมาก
  • ผื่นและตุ่มน้ำใส ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า บางครั้งที่ก้น ขาหนีบ หรือลำตัว
  • ตุ่มอาจกลายเป็นตุ่มพองสีเทาหรือซีดกว่าผิวรอบ ๆ
  • เด็กเล็กอาจ น้ำลายไหลมาก เพราะแผลในปากเจ็บจนกลืนน้ำลายไม่ลง

อาการหายใน 7–10 วัน

CDC [3]: "Most children have mild symptoms for 7 to 10 days." — เด็กส่วนใหญ่อาการน้อย หายเองภายใน 7–10 วัน บางรายผิวอาจ ลอกที่ปลายนิ้ว ตามมาอีก 1–2 สัปดาห์หลังอาการดีขึ้น (AAP [2])

ติดต่ออย่างไร

CDC [3] ระบุว่าโรคนี้ "very contagious" ติดต่อได้ง่ายมาก ผ่านหลายช่องทาง:

  • ละอองฝอย (droplets) จากการไอ จาม พูด
  • น้ำลาย น้ำมูก
  • น้ำในตุ่มพอง
  • อุจจาระ — เชื้อยังหลุดออกมากับอุจจาระได้เป็นเวลานาน
  • ของเล่น พื้นผิว ที่ปนเปื้อน

ช่วงที่แพร่เชื้อมากที่สุด

NHS [1]:

"You can start spreading it from a few days before you have any symptoms, but you're most likely to spread it to others in the first 5 days after symptoms start."

แพร่เชื้อได้ตั้งแต่ก่อนมีอาการไม่กี่วัน และแพร่เชื้อมากที่สุดใน 5 วันแรก หลังเริ่มมีอาการ

แต่ AAP [2] เตือนว่าเด็กอาจ ขับเชื้อทางอุจจาระได้นานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน หลังหายแล้ว — นี่คือเหตุผลที่การล้างมือทุกครั้งหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมจึงสำคัญแม้เด็กดูจะหายแล้ว

ดูแลที่บ้าน

ไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะสำหรับโรคนี้ — การรักษาคือดูแลตามอาการ ให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อเอง

ป้องกันภาวะขาดน้ำ — สำคัญที่สุด

แผลในปากทำให้กลืนเจ็บ เด็กไม่ยอมดื่มน้ำหรือกินนม → เสี่ยง ภาวะขาดน้ำ

NHS [1] แนะนำ:

"Drink cool fluids to soothe the mouth and prevent dehydration (but avoid acidic drinks, such as fruit juice)."

  • น้ำเย็น ช่วยบรรเทาแผลในปาก
  • หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้รสเปรี้ยว (น้ำส้ม น้ำสับปะรด) เพราะกรดจะทำให้แผลแสบ
  • ทารกที่กินนมแม่ — ให้ดูดต่อเนื่อง บ่อยขึ้นในรอบสั้น ๆ

อาหารอ่อน เย็น ไม่ระคายแผล

NHS [1]:

"Eat soft foods like yoghurt and avoid hot, salty and spicy foods."

  • โยเกิร์ต ไอศกรีม นมเย็น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุปเย็น — กลืนได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยง อาหารร้อน เผ็ด เค็มจัด อาหารแข็งกรอบ

ลดไข้ ลดปวด

  • พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามคำแนะนำเภสัชกรหรือกุมารแพทย์ ตามน้ำหนักตัว
  • Ibuprofen — สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป
  • ห้ามให้แอสไพรินเด็ก — CDC [3] เตือนชัดเจน
  • ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ — เป็นโรคไวรัส ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียไม่ช่วย

ขนาดยาเฉพาะให้ปรึกษาเภสัชกรหรือกุมารแพทย์ — อย่าคำนวณเองจากอินเทอร์เน็ต

พักผ่อน รักษาความสะอาด

  • ให้เด็กพักมาก ๆ
  • ตัดเล็บสั้น เพื่อไม่ให้เกาตุ่มจนแตก เสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ
  • เปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อย ล้างมือทุกครั้งหลังเปลี่ยน

สัญญาณอันตรายที่ต้องไป รพ. ทันที

ส่วนใหญ่อาการน้อย หายเอง — แต่ EV71 อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง สมิติเวช [5] ระบุภาวะที่ต้องระวัง:

  • สมองอักเสบ (encephalitis) — ซึม สับสน คอแข็ง
  • กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (myocarditis)
  • ปอดบวมน้ำเฉียบพลัน — หายใจหอบ เหนื่อย
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง / อัมพาตเฉียบพลัน

ไปโรงพยาบาลทันทีถ้าลูก:

  • ไข้สูงไม่ลด (>39°C ที่ไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้) หรือไข้ติดต่อกัน เกิน 3 วัน — AAP [2]: "Call your pediatrician if your child's fever lasts more than 3 days or if they are not drinking fluids."
  • ซึมลง เรียกไม่ค่อยตื่น ไม่ตอบสนอง
  • อาเจียนมาก ติดต่อกันหลายครั้ง
  • ชัก กระตุก
  • มือสั่น เดินเซ เดินสะดุดบ่อย
  • หายใจเร็ว หอบ เหนื่อย หรือหน้าซีด
  • กินดื่มไม่ได้เลย — สัญญาณภาวะขาดน้ำ (ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง น้ำตาแห้ง)

สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ว่าอาจมี EV71 และเริ่มกระทบสมอง หัวใจ หรือปอด — ไม่ใช่อาการรอดูที่บ้าน

การกักตัวจากโรงเรียน / สถานเลี้ยงเด็ก

NHS [1] ระบุแนวทางที่อิงจากความสามารถของเด็ก ไม่ใช่จำนวนวัน:

"Keep your child off school or nursery while they're feeling too unwell to go. But as soon as they're feeling better, they can go back to school or nursery. There's no need to wait until all the blisters have healed."

แปลว่า:

  • หยุดเรียน ตราบที่เด็กยังป่วย ไข้ เจ็บปาก ดื่มกินไม่ได้
  • กลับเรียนได้ เมื่อเด็กรู้สึกดีขึ้น — ไม่ต้องรอให้ตุ่มหายหมด

สมิติเวช [5] แนะนำในบริบทไทยว่าโดยทั่วไปควรแยกเด็กอย่างน้อย 5–7 วัน หรือจนกว่าจะหายดี — สอดคล้องกับ NHS [1] ที่ระบุว่าช่วงแพร่เชื้อมากที่สุดคือ 5 วันแรก

เคล็ดลับ: ถ้าโรงเรียนหรือเนิร์สเซอรี่มีนโยบายที่ "เคร่ง" กว่า (เช่น รอตุ่มหายหมด) ให้ถือตามนโยบายของสถานศึกษานั้น

การป้องกัน

ไม่มีวิธีไหนป้องกันได้ 100% โดยเฉพาะในเด็กที่ไปสถานเลี้ยงเด็ก แต่ลดความเสี่ยงได้มาก:

สุขอนามัยมือ — สำคัญที่สุด

CDC [3] เน้นการล้างมือด้วยสบู่และน้ำ อย่างน้อย 20 วินาที ในจังหวะเหล่านี้:

  • หลังเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • ก่อนเตรียมอาหาร / ก่อนกินอาหาร
  • หลังเข้าห้องน้ำ
  • หลังกลับจากที่สาธารณะ / สถานเลี้ยงเด็ก

ลดการแพร่เชื้อในบ้าน

  • ไม่ใช้ของร่วมกัน — ช้อน แก้ว แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว
  • ทำความสะอาดของเล่น ลูกบิดประตู โต๊ะกินข้าว ที่ลูกสัมผัสบ่อย
  • ถ้ามีพี่น้องหลายคน — แยกของใช้ส่วนตัว ระมัดระวังการเล่นใกล้ชิดในช่วงป่วย
  • เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอนของผู้ป่วย — ซักด้วยน้ำร้อน

วัคซีน EV71 — ทางเลือกในไทย

CDC [3] ระบุว่า: "There is no vaccine in the United States to protect against the viruses that cause HFMD." — สหรัฐยังไม่มีวัคซีน

แต่ใน ประเทศไทย มี วัคซีน EV71 ที่ใช้กันแล้ว สมิติเวช [6] สรุปแนวทางหลัก:

  • อายุ: ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี
  • ฉีด: 2 เข็ม ห่างกัน ประมาณ 1 เดือน
  • ป้องกัน: เฉพาะเชื้อ Enterovirus 71 — ไม่ครอบคลุม Coxsackie virus
  • ประโยชน์: ลดความเสี่ยงของ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง (สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ปอดบวมน้ำเฉียบพลัน)

วัคซีน EV71 เป็น วัคซีนเสริม (ไม่อยู่ในตารางวัคซีนพื้นฐานของกระทรวงสาธารณสุข) — ปรึกษากุมารแพทย์เพื่อพิจารณาตามความเสี่ยง โดยเฉพาะถ้าลูกเข้าสถานเลี้ยงเด็ก

สรุป

  1. โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากไวรัส Coxsackie A และ Enterovirus 71 — พบบ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ระบาดมากช่วงหน้าฝน
  2. อาการ — ไข้ เจ็บคอ → แผลในปาก ตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า — ส่วนใหญ่หายเองใน 7–10 วัน
  3. ดูแลที่บ้าน — ป้องกันภาวะขาดน้ำ (น้ำเย็น โยเกิร์ต ไอศกรีม) ลดไข้ด้วยพาราเซตามอล ห้ามแอสไพริน ห้ามยาปฏิชีวนะ
  4. ไป รพ. ทันที ถ้า — ไข้สูงไม่ลด ซึม อาเจียนมาก ชัก มือสั่น เดินเซ หายใจหอบ ดื่มไม่ได้
  5. กักตัว — หยุดเรียนตราบที่ป่วย กลับเรียนเมื่อรู้สึกดี (ไม่ต้องรอตุ่มหายหมด)
  6. วัคซีน EV71 — ทางเลือกในไทย สำหรับเด็ก 6 เดือน–5 ปี ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของ EV71 (ไม่ครอบคลุม Coxsackie)

โรคมือ เท้า ปาก ส่วนใหญ่ไม่อันตราย — แต่การรู้จัก สัญญาณ EV71 ที่ต้องไป รพ. ด่วน คือสิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องจำได้

แหล่งอ้างอิง

  1. NHS — Hand, foot and mouth disease
  2. AAP HealthyChildren — Hand, Foot and Mouth Disease
  3. CDC — About Hand, Foot, and Mouth Disease
  4. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข — โรคมือ เท้า ปาก
  5. Samitivej Hospital — โรคมือ เท้า ปาก
  6. Samitivej Hospital — วัคซีน EV71 ป้องกันโรคมือ เท้า ปาก