GUIDE · คู่มือ

ลูกไอ: แยกชนิดของไอ ไอแบบไหนรอได้ ไอแบบไหนต้องไป รพ. ทันที

ลูกไอ: แยกชนิดของไอ ไอแบบไหนรอได้ ไอแบบไหนต้องไป รพ. ทันที

ลูกไอส่วนใหญ่เป็นไวรัส หายเอง 1–2 สัปดาห์ — น้ำเกลือล้างจมูก เครื่องทำความชื้น น้ำผึ้ง (เด็ก > 1 ปีเท่านั้น) พอห้าม ยาแก้ไอที่ขายตามร้านยาในเด็ก < 4 ปี — AAP เตือนว่า "เสี่ยงมากกว่าได้ผล" ฉุกเฉิน 1669: หายใจหอบ หน้าอกบุ๋ม ริมฝีปากเขียว หรือหยุดหายใจ

ลูกไอ — ส่วนใหญ่เป็นไวรัส หายเอง แต่มีบางอย่างที่ต้องไป รพ. ภายในชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วง อากาศเย็น (พ.ย.–ก.พ.) ที่ RSV ระบาดและทำให้ทารก หลอดลมฝอยอักเสบ จนต้องเข้า ICU

บทความนี้สรุปจาก AAP [1], NHS [2][3], CDC [4] และโรงพยาบาลสมิติเวช [5] — ช่วยพ่อแม่ แยกชนิดของไอ บอกได้ว่าอันไหนรอได้ อันไหนไป รพ. ทันที และ อะไรห้ามใช้ ในเด็กเล็ก

🚨 อ่านส่วนนี้ก่อน — สัญญาณที่ต้องโทร 1669 ทันที

ไม่ว่าไอแบบไหน ถ้าลูกมีอาการเหล่านี้ → โทร 1669 ทันที (ใน 5 นาทีถัดไป):

NHS [3] ระบุชัดสำหรับทารก/เด็กเล็ก:

  • หายใจลำบาก "you may notice grunting noises, their tummy sucking under their ribs" — มีเสียง "อืด ๆ" ขณะหายใจ หน้าอก/หน้าท้องบุ๋มลึกใต้ซี่โครง
  • หยุดหายใจ เป็นพัก ๆ (apnea)
  • ริมฝีปาก ลิ้น หรือปลายนิ้วเขียว/เทา "skin, tongue or lips are blue or grey"
  • ไม่ตอบสนอง ปลุกไม่ตื่น หรือซึมมาก

ไป รพ. ภายใน 2–4 ชั่วโมง (ไม่ใช่ 1669 แต่ไม่รอข้ามวัน):

  • ลูก กินนมน้อยลงครึ่งหนึ่ง หรือไม่กินเลย
  • ผ้าอ้อมแห้ง > 12 ชั่วโมง (ขาดน้ำ)
  • ไข้ > 38°C ในทารก < 3 เดือน
  • ไข้ > 39°C ในเด็กโตกว่านั้น
  • หายใจเร็วผิดปกติ ดู อัตราหายใจ ในตารางข้างล่าง

อัตราหายใจปกติ (อ้างอิงทั่วไป — นับขณะลูกสงบ)

อายุอัตราหายใจปกติ (ครั้ง/นาที)เร็วผิดปกติ (โทรหาหมอ)
0–2 เดือน30–60> 60
2–12 เดือน25–40> 50
1–5 ปี20–30> 40

นับ 1 นาทีเต็ม (ดูหน้าอกขึ้น-ลง = 1 ครั้ง)


ชนิดของไอ — แยกได้ก่อนคิดต่อ

ชนิดเสียง / ลักษณะสาเหตุที่พบบ่อย
ไอแห้งสั้น แห้ง ไม่มีเสมหะหวัดในระยะแรก, ภูมิแพ้, อากาศแห้ง
ไอมีเสมหะ (ไอเปียก)เสียงครืดคราด มีเสมหะหวัดระยะหลัง, หลอดลมอักเสบ, RSV
ไอเสียงเห่า (croup)เห่าคล้ายแมวน้ำ มักกลางคืนโครปจากไวรัส
ไอกรน (whooping cough)ไอเป็นชุดยาวต่อเนื่อง สูดลม "ฮูบ" ดังเชื้อ Bordetella pertussis
ไอมีเสียงหวีดหวีดสูง เวลาหายใจออกRSV, หลอดลมฝอยอักเสบ, หอบหืด
ไอตอนกลางคืนไอชุดใหญ่ตอนหลับกรดไหลย้อน, น้ำมูกไหลลงคอ, หอบหืด
ไอแบบสำลักไอทันทีหลังกินอาหาร/ของเล่นหายอาหาร/วัตถุติดทางเดินหายใจ

ไอแบบสำลักวัตถุ → โทร 1669 ทันที ถ้าลูกหายใจไม่ออกหรือไอไม่หยุด

สาเหตุที่พบบ่อย — โดยฤดู

หวัดธรรมดา (พบทั้งปี)

NHS [2]: ไอส่วนใหญ่เกิดจาก "a cold or flu" — เด็กเล็กเป็นหวัดได้ 6–8 ครั้ง/ปี ไอจากหวัดมักหายภายใน 1–2 สัปดาห์

RSV และหลอดลมฝอยอักเสบ (Nov–Feb คือฤดูระบาด)

CDC [4] ระบุอาการ RSV:

"Runny nose, Congestion, Decrease in appetite, Coughing, Sneezing, Fever, Wheezing"

CDC [4] เน้นพิเศษว่าในทารกเล็ก:

"In very young infants with RSV, their only symptoms may be irritability, decreased activity, and breathing difficulties."

แปลว่า — ทารกอายุ < 3 เดือน อาจไม่มีไอชัดเจน มีแค่ งอแง ไม่อยากกิน หายใจหอบ เท่านั้น พ่อแม่ที่รออาการ "ไอ" อาจพลาดได้

NHS [3] เรื่อง หลอดลมฝอยอักเสบ (bronchiolitis) — โรคที่ RSV ทำให้เกิดบ่อยที่สุด:

"Bronchiolitis is a common chest infection that affects babies and children under 2."

อาการ: เริ่มจากหวัด → ค่อย ๆ มี ไอ หายใจเร็ว มีเสียงครืดคราด/หวีด อาการ แย่ที่สุดวันที่ 3–5 แล้วค่อย ๆ ดีขึ้นใน 2–3 สัปดาห์

NHS [3]: "There's no specific treatment for bronchiolitis. It usually gets better on its own."ไม่มียารักษาเฉพาะ ส่วนใหญ่ดูแลที่บ้าน แต่ ทารก < 3 เดือน หรือคลอดก่อนกำหนด เสี่ยงรุนแรงต้องเฝ้าใกล้ชิด

ในไทย RSV ระบาดหนัก พ.ย.–ก.พ. — ทารกที่ไอ + หายใจเร็ว ในช่วงนี้ ให้สงสัย RSV ก่อน

โครป (Croup) — ไอเสียงเห่า มักกลางคืน

ไอ คล้ายเสียงแมวน้ำเห่า หรือเสียงสุนัขเห่า + เสียงหายใจเข้าดัง (stridor) เกิดจากไวรัสบวมที่กล่องเสียง — มักเริ่มกลางดึก ระหว่างอายุ 6 เดือน – 3 ปี

วิธีบรรเทาเบื้องต้น: พาลูกไปห้องน้ำ เปิดน้ำร้อนเต็มที่ให้ห้องเป็นไอน้ำ ให้ลูกหายใจไอน้ำสัก 10 นาที — มักดีขึ้น

ไป รพ. ทันทีถ้า: stridor ตอนนิ่ง (ไม่ใช่แค่ตอนร้อง) หรือ ปาก/ริมฝีปากเขียว หรือ น้ำลายไหล กลืนลำบาก

ไอกรน (Pertussis / Whooping cough)

ไอเป็นชุดยาว 5–10 ครั้งต่อเนื่อง หายใจเข้าทีหลังเป็นเสียง "ฮูบ" สูง — อาจอาเจียนหลังไอ มี ภาวะเขียวในทารกเล็ก

ป้องกันด้วย วัคซีน DTP ตามตาราง — ทารก < 2 เดือนยังไม่ครบเข็ม เสี่ยงสูงที่สุด ต้องไป รพ. ทันทีถ้าสงสัย (เสียชีวิตได้)

หอบหืด (Asthma)

ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะ กลางคืน หรือหลังออกกำลัง + เสียงหวีด — มักเริ่มอายุหลัง 1 ปี ปรึกษากุมารแพทย์เพื่อวินิจฉัยและจัดยาประจำ

กรดไหลย้อน (Reflux)

ทารกบางคนไอหลังกินนมหรือกลางคืน — ดูเพิ่มที่ ลูกแหวะนม (เร็ว ๆ นี้)

วิธีดูแลที่บ้าน — ทำอะไรได้บ้าง

✅ ใช้ได้ทุกวัย

  • น้ำเกลือล้างจมูก (saline drops) — ละลายเสมหะที่อุดจมูก ใช้ก่อนนอน/ก่อนกินนม
    • AAP [1] ทำได้เอง: ½ ช้อนชา เกลือไม่มีไอโอดีน + ¼ ช้อนชา เบกกิ้งโซดา ละลายในน้ำอุ่น 1 ถ้วย หรือซื้อแบบสเปรย์สำเร็จที่ร้านยา
  • เครื่องทำความชื้น (humidifier) — AAP [1]: "moist air keeps mucus in the nose from drying up" ความชื้นในห้องช่วยให้เสมหะเหลว ไม่อุดทางเดินหายใจ — เปลี่ยนน้ำทุกวัน ทำความสะอาดทุกสัปดาห์
  • ดูดน้ำมูก ด้วยลูกยางสำหรับทารก หรือเครื่องดูดน้ำมูก (Nasal aspirator) — ก่อนนอน/ก่อนนม
  • ให้นมแม่/น้ำบ่อย ๆ — ป้องกันขาดน้ำ
  • นอนหัวสูง เล็กน้อย (สำหรับ > 1 ปี) — ใช้หมอนซ้อนใต้ที่นอน ไม่ใช่ใต้หัว

✅ ใช้ได้ในเด็ก > 1 ปี

  • น้ำผึ้ง AAP [1]: "honey is better than store-bought cough syrups at reducing how often coughing happens."
    • ปริมาณ AAP ระบุ: 2–5 มล. ตามต้องการ — ปรึกษาเภสัชกรเรื่องขนาดเฉพาะตัว
    • ⚠️ ห้ามให้น้ำผึ้งเด็ก < 1 ปี — เสี่ยง โรคโบทูลิซึมในทารก อันตรายถึงชีวิต

✅ ใช้ได้ในเด็ก > 2 ปี

  • เมนทอลรอลทาหน้าอก/คอ AAP [1]: บรรเทาได้ในเด็กอายุ ≥ 2 ปี (เช่น Vicks BabyRub สำหรับเด็ก) — ห้ามทาในจมูก ห้ามให้กิน

✅ ลดไข้/ปวด (ถ้ามี)

  • พาราเซตามอล ตั้งแต่ 2 เดือน, Ibuprofen ตั้งแต่ 3 เดือน — ขนาดตามน้ำหนัก ปรึกษาเภสัชกร อย่าคำนวณเองจากอินเทอร์เน็ต

❌ สิ่งที่ห้ามใช้ — อันตรายจริง

❌ ยาแก้ไอที่ขายตามร้านยา (OTC) ในเด็ก < 4 ปี

AAP [1] ระบุชัด:

Over-the-counter cough and cold medicines are "not recommended" for under-4 — "risks of using these medicines is more than any help."

ยาแก้ไอ ยาขับเสมหะ ยาลดน้ำมูกที่ขายตามร้าน — ไม่ช่วยลูกหายไอ แต่ เสี่ยง: ง่วง หยุดหายใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ บางตัวเสียชีวิต

ในเด็ก อายุ 4–6 ปี AAP [1]: "Use only if your child's doctor recommends it" — ใช้เฉพาะเมื่อกุมารแพทย์สั่ง ไม่ซื้อเอง

ในเด็ก อายุ ≥ 6 ปี: ใช้ตามฉลากได้ แต่ก็ไม่จำเป็นในไอจากหวัดทั่วไป

❌ น้ำผึ้งในทารก < 1 ปี

โรคโบทูลิซึม — ดูเหตุผลใน § วิธีดูแลข้างต้น

❌ ยาปฏิชีวนะ "เผื่อไว้"

NHS [2]: "Antibiotics are not normally prescribed for coughs." — ไอส่วนใหญ่เป็นไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่ฆ่าไวรัส ใช้พร่ำเพรื่อทำให้เกิด เชื้อดื้อยา สำหรับครั้งที่จำเป็นจริง ๆ

ใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะเมื่อแพทย์ตรวจและสั่ง (สงสัยติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ ไอกรน)

❌ Aspirin ในเด็ก < 16 ปี

เสี่ยง Reye's syndrome — ภาวะตับ/สมองอักเสบเฉียบพลัน อันตรายถึงชีวิต ลดไข้ใช้ พาราเซตามอลหรือ Ibuprofen เท่านั้น

❌ ยาขับเสมหะ "เพื่อให้เสมหะออก" ในทารก

แม้แต่ยาที่ขายเป็นน้ำเชื่อมเด็ก — AAP เตือนแบบเดียวกับ OTC อื่น ๆ — เด็กเล็กไอเสมหะออกเองได้ไม่จำเป็นต้องใช้ยา

สรุป

  1. ลูกไอส่วนใหญ่เป็นไวรัส หายเอง 1–2 สัปดาห์ — ดูแลที่บ้านก็พอในกรณีปกติ
  2. แยกชนิดของไอ ก่อนตัดสินใจ: ไอแห้ง/ไอเปียก/ไอเห่า/ไอกรน/ไอเสียงหวีด — ไอสำลักของแปลกปลอม → 1669
  3. ฤดูเย็น พ.ย.–ก.พ. คือ RSV — ทารก < 3 เดือน อาจไม่ไอชัด มีแค่งอแง ไม่กิน หายใจหอบ — สงสัยทันที
  4. วิธีดูแลที่บ้าน = น้ำเกลือล้างจมูก, เครื่องทำความชื้น, ดูดน้ำมูก, ให้นมบ่อย ๆ + น้ำผึ้งเฉพาะ > 1 ปี
  5. ห้าม: ยาแก้ไอ OTC ในเด็ก < 4 ปี, น้ำผึ้งใน < 1 ปี, ยาปฏิชีวนะ "เผื่อไว้", Aspirin ใน < 16 ปี
  6. โทร 1669 ทันที: หายใจหอบ หน้าอกบุ๋ม ริมฝีปากเขียว หยุดหายใจเป็นพัก ๆ ไม่ตอบสนอง
  7. ไป รพ. ภายใน 2–4 ชั่วโมง: กินนมน้อยลงครึ่งหนึ่ง, ผ้าอ้อมแห้ง > 12 ชม., ไข้ > 38°C ใน < 3 เดือน, หายใจเร็วเกินตาราง

อ่านเพิ่ม: ลูกเป็นหวัด · ลูกมีไข้ · โรคมือเท้าปาก

แหล่งอ้างอิง

  1. AAP HealthyChildren — Coughs and Colds: Medicines or Home Remedies
  2. NHS — Cough
  3. NHS — Bronchiolitis
  4. CDC — Symptoms of RSV
  5. Samitivej Hospital — Thai patient education portal