PREGNANCY · ตั้งครรภ์

ตั้งครรภ์ 28 สัปดาห์: เริ่มไตรมาส 3 เริ่มนับการดิ้น

ตั้งครรภ์ 28 สัปดาห์: เริ่มไตรมาส 3 เริ่มนับการดิ้น

ยินดีต้อนรับสู่ไตรมาส 3 ลูกเริ่มสะสมไขมัน หูได้ยินเสียงคุณ และทุกครั้งที่เขาดิ้น — นั่นคือเขากำลังบอกว่า "ฉันอยู่ที่นี่"

สัปดาห์ที่ 28 คือเส้นกั้นสำคัญ: คุณเดินทางมาถึง ไตรมาส 3 แล้ว เหลืออีกประมาณ 12 สัปดาห์ก็จะได้พบหน้าลูกน้อย ในช่วงนี้ลูกเติบโตรวดเร็วมาก น้ำหนักเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละเกือบครึ่งกิโลกรัม และสมองเริ่มสร้างร่องคดโค้ง (cortical folds) ที่เป็นเอกลักษณ์ของสมองมนุษย์

บทความนี้อ้างอิงจากแนวทางของ WHO [1], ACOG [2], NHS [3] และราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย [4] ครอบคลุม 4 เรื่องสำคัญของสัปดาห์นี้ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของลูกและคุณแม่ การนับการดิ้น การตรวจน้ำตาล และการฉีด anti-D สำหรับแม่ที่มีหมู่เลือด Rh ลบ

พัฒนาการลูกในครรภ์สัปดาห์ที่ 28

ลูกน้อยมีขนาดประมาณ 37 เซนติเมตร และน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม — ใหญ่ราวกับผลมะพร้าวอ่อน

สิ่งที่กำลังพัฒนาอย่างน่าทึ่ง:

  • สมอง เริ่มสร้างร่องและพับตัว (gyrification) ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่ผิวสมองให้เป็น 3 เท่า
  • ดวงตา เปิดบางส่วนได้แล้ว และตอบสนองต่อแสงที่ส่องผ่านผนังท้อง
  • หู พัฒนาเต็มที่ ลูกได้ยินเสียงคุณแม่ เสียงหัวใจ และเสียงภายนอก
  • ปอด ยังคงพัฒนาต่อเนื่อง เริ่มสร้าง surfactant ซึ่งป้องกันถุงลมยุบตัว
  • ไขมันใต้ผิวหนัง เริ่มสะสม ทำให้ผิวลูกตึงและเรียบขึ้น ไม่แดงเหี่ยวอีกต่อไป
  • รีเฟล็กซ์ ดูดนม กลืน และสะดุ้งต่อเสียงพัฒนาเต็มที่แล้ว

ความสำคัญของสัปดาห์ที่ 28 ต่อการรอดชีวิต

ทารกที่คลอดที่อายุครรภ์ 28 สัปดาห์มีอัตรารอดชีวิตสูงกว่า 90% ในโรงพยาบาลที่มีหน่วย NICU [2] แม้จะยังต้องการการดูแลพิเศษมาก แต่ตัวเลขนี้เตือนให้เราเห็นว่าลูกในครรภ์ตอนนี้มีชีวิตที่แข็งแรงมากแค่ไหน

การนับการดิ้น: เครื่องมือที่ง่ายที่สุดและดีที่สุด

"นับการดิ้น 10 ครั้ง" — แค่นี้ก็พอสำหรับการตรวจสุขภาพลูกทุกวัน

ตั้งแต่อายุครรภ์ 28 สัปดาห์เป็นต้นไป ACOG [2] แนะนำให้คุณแม่ นับการดิ้นของลูกทุกวัน เป็นการตรวจสอบความเป็นอยู่ที่ดีของทารกในครรภ์อย่างง่ายและมีประสิทธิภาพ

วิธีนับการดิ้น (Kick Count)

  1. เลือกเวลาที่ลูกดิ้นบ่อย โดยทั่วไปคือหลังมื้ออาหาร หรือช่วงเย็น
  2. นอนตะแคงหรือนั่งสบาย ลดสิ่งรบกวน
  3. นับการเคลื่อนไหว ทุกประเภท ทั้งดิ้น ชก เตะ กลิ้ง
  4. เป้าหมาย: 10 ครั้งภายใน 2 ชั่วโมง
  5. บันทึกเวลา ที่นับครบ 10 ครั้ง เพื่อเปรียบเทียบแต่ละวัน

ทำความเข้าใจรูปแบบการดิ้น

  • ลูกมีช่วงหลับและตื่น ปกติลูกจะหลับครั้งละ 20–40 นาที บางครั้งนาน 90 นาที
  • การดิ้นลดลงเล็กน้อยใกล้คลอดเป็นเรื่องปกติ เพราะพื้นที่ในมดลูกลดลง แต่ จำนวนไม่ควรลดฮวบ
  • กาแฟ น้ำตาลสูง หรืออาหารหนัก อาจทำให้ลูกดิ้นมากขึ้นชั่วคราว

ตรวจน้ำตาล (Glucose Tolerance Test): สัปดาห์ที่ 24–28

การตรวจ Oral Glucose Tolerance Test (OGTT) หรือตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มักทำในช่วงสัปดาห์ที่ 24–28 ตามแนวปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย [4]

ทำไมต้องตรวจ

  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes Mellitus — GDM) เกิดในแม่ตั้งครรภ์ประมาณ 7–10% ในประเทศไทย
  • GDM ที่ไม่ได้รับการรักษาเพิ่มความเสี่ยงทารกตัวโต (macrosomia) คลอดยาก น้ำตาลต่ำในทารกแรกเกิด และเพิ่มความเสี่ยงเบาหวานในแม่ในระยะยาว

ขั้นตอนการตรวจ

  • งดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนตรวจ
  • เจาะเลือดครั้งแรก (ค่าน้ำตาลขณะอดอาหาร)
  • ดื่มน้ำตาลกลูโคส 75 กรัม
  • เจาะเลือดซ้ำที่ 1 ชั่วโมง และ 2 ชั่วโมง หลังดื่ม
  • ผล GDM ถ้าค่าใดค่าหนึ่งเกินเกณฑ์ที่กำหนด

หากผลผิดปกติ

ปรึกษาแพทย์ทันที ส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้ด้วยการปรับอาหารและออกกำลังกาย บางรายอาจต้องใช้ยา — ทั้งนี้แพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิด

Anti-D สำหรับแม่ที่มีหมู่เลือด Rh ลบ

หากคุณแม่มีหมู่เลือดเป็น Rh ลบ (Rh-negative) และพ่อของลูกเป็น Rh บวก ลูกในครรภ์อาจมี Rh บวก ซึ่งอาจกระตุ้นให้ร่างกายคุณแม่สร้างภูมิคุ้มกันต่อเลือดของลูก

ความสำคัญของ Anti-D

NHS [3] และ ACOG [2] แนะนำ:

  • ฉีด Anti-D immunoglobulin ที่อายุครรภ์ประมาณ 28 สัปดาห์ (prophylactic dose)
  • ฉีดซ้ำภายใน 72 ชั่วโมงหลังคลอด หากลูกมีหมู่เลือด Rh บวก
  • ควรฉีดหลังมีเลือดออกผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ด้วย

สิ่งที่คุณแม่ควรรู้

  • การฉีด Anti-D ป้องกัน Rh sensitization ซึ่งอันตรายสำหรับ การตั้งครรภ์ครั้งต่อไป มากกว่าครั้งปัจจุบัน
  • ยาปลอดภัยสำหรับทั้งแม่และลูก
  • หากไม่แน่ใจหมู่เลือดตัวเอง ขอตรวจได้ที่คลินิกฝากครรภ์

การเปลี่ยนแปลงร่างกายของคุณแม่ในสัปดาห์ที่ 28

  • ยอดมดลูกอยู่ที่ประมาณ 28 เซนติเมตร จากกระดูกหัวหน่าว (fundal height ≈ อายุครรภ์เป็นสัปดาห์)
  • หายใจลำบาก มดลูกขยายดันกระบังลมขึ้น
  • ปวดหลังและเชิงกราน จากฮอร์โมน relaxin และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
  • ขาบวม โดยเฉพาะช่วงบ่ายและเย็น เป็นเรื่องปกติ
  • ท้องแข็งเป็นพักๆ (Braxton Hicks contractions) เริ่มพบบ่อยขึ้น
  • แสบร้อนกลางอก เนื่องจากมดลูกดันกระเพาะอาหาร
  • นอนหลับยาก แนะนำให้นอนตะแคงซ้าย ใช้หมอนรองท้องและขา

เมื่อใดควรพบแพทย์ทันที

ติดต่อแพทย์ทันทีหรือไปห้องฉุกเฉินหากมีอาการต่อไปนี้:

  • ลูกดิ้นน้อยลงมากผิดปกติ หรือไม่ดิ้นเลยเกิน 2 ชั่วโมง
  • เลือดออกทางช่องคลอด ไม่ว่าจะมากหรือน้อย
  • ปวดท้องรุนแรงหรือต่อเนื่อง ท้องแข็งไม่คลาย
  • ปวดหัวรุนแรง ตาพร่า มัวหรือเห็นแสงวาบ — อาจเป็นสัญญาณครรภ์เป็นพิษ (preeclampsia)
  • บวมหน้า บวมมือ บวมขาฉับพลัน โดยเฉพาะร่วมกับปวดหัว
  • มีน้ำหรือของเหลวไหลออกจากช่องคลอด อาจเป็นน้ำคร่ำรั่ว
  • มีไข้สูงเกิน 38°C

สรุป

สัปดาห์ที่ 28 เป็นก้าวสำคัญของการตั้งครรภ์ ลูกน้อยของคุณแข็งแรงและพัฒนามาไกลมากแล้ว

สิ่งสำคัญที่ต้องทำในสัปดาห์นี้:

  1. เริ่มนับการดิ้นทุกวัน เป้าหมาย 10 ครั้งใน 2 ชั่วโมง บันทึกไว้เป็นนิสัย
  2. ตรวจน้ำตาล (OGTT) หากยังไม่ได้ตรวจในสัปดาห์ที่ 24–28
  3. แม่ Rh ลบ: ถามแพทย์เรื่องการฉีด Anti-D ที่สัปดาห์นี้
  4. พักผ่อนเพียงพอ นอนตะแคงซ้าย ลดการยืนนานๆ
  5. สังเกตสัญญาณครรภ์เป็นพิษ ปวดหัว ตาพร่า บวมผิดปกติ
  6. เตรียมตัวสำหรับไตรมาส 3 คลาสเตรียมคลอด แผนคลอด การดูแลทารกแรกเกิด

ไตรมาส 3 คือช่วงเวลาสุดท้ายก่อนได้พบหน้าลูก ทุกวันที่ผ่านไป ลูกน้อยเติบโตและแข็งแรงขึ้น คุณแม่ทำได้ดีมากแล้ว — อีกนิดเดียวเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง

  1. WHO Recommendations on Antenatal Care for a Positive Pregnancy Experience (2016)
  2. ACOG — Antepartum Fetal Surveillance (Practice Bulletin No. 229)
  3. NHS — You and your baby at 28 weeks pregnant
  4. ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย — แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับเบาหวานขณะตั้งครรภ์
  5. ACOG Practice Bulletin — Gestational Diabetes Mellitus (No. 190)
  6. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข — คู่มือการดูแลสุขภาพสตรีตั้งครรภ์